ค้นหา
ไทย
  • English
  • 正體中文
  • 简体中文
  • Deutsch
  • Español
  • Français
  • Magyar
  • 日本語
  • 한국어
  • Монгол хэл
  • Âu Lạc
  • български
  • Bahasa Melayu
  • فارسی
  • Português
  • Română
  • Bahasa Indonesia
  • ไทย
  • العربية
  • Čeština
  • ਪੰਜਾਬੀ
  • Русский
  • తెలుగు లిపి
  • हिन्दी
  • Polski
  • Italiano
  • Wikang Tagalog
  • Українська Мова
  • อื่น ๆ
  • English
  • 正體中文
  • 简体中文
  • Deutsch
  • Español
  • Français
  • Magyar
  • 日本語
  • 한국어
  • Монгол хэл
  • Âu Lạc
  • български
  • Bahasa Melayu
  • فارسی
  • Português
  • Română
  • Bahasa Indonesia
  • ไทย
  • العربية
  • Čeština
  • ਪੰਜਾਬੀ
  • Русский
  • తెలుగు లిపి
  • हिन्दी
  • Polski
  • Italiano
  • Wikang Tagalog
  • Українська Мова
  • อื่น ๆ
ชื่อ
การถอดเสียง
ต่อไป
 

การประชุมนานาชาติว่าด้วย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตอนที่ 10 จาก 18 ตอน

รายละเอียด
ดาวน์โหลด Docx
อ่านเพิ่มเติม
ในตอนนี้ ดร.แคตซ์ (วีแกน) จาก "การปกป้องสัตว์” เริ่มการอภิปรายในหัวข้อ ความศักดิ์สิทธิ์ของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล โดยการสำรวจศีลธรรม และจริยธรรมเกี่ยวกับวิธีที่เรา ปฏิบัติต่อและมองชาวสัตว์ ตามด้วยคำตอบ ของท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ ต่อคำถามของเขาเกี่ยวกับวิธีการ เปลี่ยนกระบวนทัศน์ เพื่อให้ผู้คนตระหนักว่า เราอาศัยอยู่ ร่วมกันบนโลกใบนี้ กับเพื่อนสัตว์มากมาย

(ดร.แคตซ์ครับ ช่วยแบ่งปันความคิด ของคุณ เกี่ยวกับวิธีที่การใช้ชีวิต ที่มีเมตตา ช่วยขับเคลื่อนเป้าหมาย ชีวิตของคุณให้เราฟังได้ไหมครับ?)

Dr. Katz: ได้ครับ ถ้าผมขอเริ่มก่อน ผมอยากอ่านข้อความสัก สองหรือสามข้อความจากบุคคล ที่มีความเฉลียวฉลาด และความละเอียดอ่อน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผม และผม พยายามเดินตามรอยเท้าของพวกเขา และสำหรับองค์กรของผม นั่นคือแรงผลักดันหลัก ของปกป้องสัตว์

ข้อแรกเป็นคำกล่าว ของนักบุญฟรานซิสแห่งอัสซีซีที่ว่า: "หน้าที่อันดับแรกของเราคือ การไม่ทำร้ายพี่น้องผู้อ่อนน้อม แต่การหยุดอยู่แค่นั้นยังไม่เพียงพอ เรามีพันธกิจที่ยิ่งใหญ่กว่า นั้นคือการรับใช้พวกเขา ในทุกที่ที่จำเป็น"

ข้อที่สองเป็นคำกล่าว ของจอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์: "บาปที่ร้ายแรงที่สุด ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่ใช่การเกลียดชังพวกเขา แต่เป็น การไม่แยแสต่อพวกเขา นั่นคือ แก่นแท้ของความไร้มนุษยธรรม" อีกหนึ่งความอัจฉริยะ ข้อความนี้ มักถูกมองข้ามจากสาธารณชน มีการจัดนิทรรศการศิลปะเกี่ยวกับ อัจฉริยภาพของเลโอนาร์โด ดาวินชี มาแล้วหลายครั้ง ผลงานศิลปะของเขาน่าทึ่งมาก โดยแสดงให้เห็นถึงความคิดล้ำยุค ในการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ เขากล่าวว่า "วันหนึ่งข้างหน้า ผู้คนอย่างผม จะมองการฆ่าสัตว์ เหมือนกับที่พวกเขา มองการฆ่ามนุษย์ในปัจจุบัน" (ถูกต้องแล้ว)

และคำกล่าวที่ทำให้เรื่องนี้ สมบูรณ์แบบก็คือคำกล่าว ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งทำให้ทุกอย่างดู เป็นเรื่องที่สัมพันธ์กันอย่างยิ่ง: "ภารกิจของเรา คือการปลดปล่อยตัวเอง ด้วยการขยายวงแห่งความเมตตา ของเราให้ครอบคลุมสิ่งมีชีวิตทั้งหมด และธรรมชาติทั้งหมด และความงดงามของมัน" และนั่นคือข้อความที่เชื่อมโยง ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ดี ของโลก ตลอดจน ความเป็นอยู่ที่ดีของสิ่งมีชีวิต ที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ ซึ่งก็คือพวกเรามนุษย์ ซึ่งเป็น ส่วนหนึ่งของเครือข่ายแห่งชีวิต

และคำกล่าวสุดท้าย ที่ผมจะขอเอ่ยถึง คือคำกล่าวของเอมิล โซลา ที่ว่า "ชะตากรรมของสัตว์ มีความสำคัญ ต่อผมมากกว่าความกลัว ที่จะดูน่าขัน"

และนั่นคือเหตุผลที่ผมมาอยู่ที่นี่ ในวันนี้ เพื่อคว้าโอกาสนั้นไว้ เมื่อหลายปีก่อน องค์กรของเรา... นี่เป็นปีที่ 25 แล้ว นับตั้งแต่ที่ผมก่อตั้งองค์กร ปกป้องสัตว์ขึ้นมา ผมมีพื้นเพเป็นสัตวแพทย์ ดังนั้นตลอดชีวิต วัยผู้ใหญ่ของผม ผมจึงได้ให้การดูแล ช่วยเหลือ และทำทุกอย่าง เพื่อช่วยชีวิตสัตว์มาโดยตลอด และองค์กร ก็ประสบความสำเร็จ ประสบความสำเร็จอย่างมาก เราได้รับชัยชนะ ครั้งสำคัญหลายครั้ง แต่เมื่อหลายปีก่อน ผมตระหนักว่า สิ่งที่ผมทำอยู่เป็นเพียง การแก้ปัญหาแบบผิวเผิน หรือการ แก้ไขแบบขอไปที เพื่อหยุดยั้ง ความโหดร้ายต่าง ๆ เท่านั้น เว้นแต่ว่ากระบวนทัศน์จะเปลี่ยนไป นั่นคือวิธีที่เราในฐานะ เผ่าพันธุ์มนุษย์มองสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ถึงเวลาแล้วที่เราต้อง หยุดมองพวกเขาเป็นทรัพยากร และหยุดมองพวกมันเป็นเพียงสินค้า วัตถุ ทรัพย์สิน หรือสิ่งของ และตราบใดที่นั่น ยังคงเป็นกระบวนทัศน์หลัก เราก็จะยังคง เอารัดเอาเปรียบ ทำร้ายและทารุณพวกเขาต่อไป โดยไม่คิดถึงพวกเขา ในแง่ของความเมตตา

และก่อนหน้านี้ก็เคยมีคำถามว่า ทำไมศาสนา ถึงไม่ทำอะไรมากกว่านี้? ศาสนา เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง ที่ทำให้สัตว์ ถูกมองว่า ด้อยกว่ามนุษย์ และนั่นเป็นเพราะ ศาสนาหลายศาสนา ไม่เชื่อว่าสัตว์มีวิญญาณ แต่มนุษย์มีวิญญาณ ดังนั้น ทำไมเราจึง ควรใส่ใจสิ่งมีชีวิต ที่ไม่มีวิญญาณเหล่านี้ และนั่นก็ย้อนกลับไปถึงยุค ของโทมัส อควินัส และบุคคล สำคัญอื่น ๆ ในสังคมตะวันตก ที่มองเรื่องนั้นแล้วถามว่า "จะสนใจไปทำไม?"

เดส์การ์ต ผู้คิดค้นวิธี การทดลองในห้องปฏิบัติการ การผ่าตัดสัตว์มีชีวิตนั้น ในสมัยของเขา พวกเขาทรมานสัตว์ และทำการทดลองกับพวกเขา เพราะพวกเขาเชื่อว่า เสียงร้องของสุนัขนั้น ไม่ต่างอะไรจาก เสียงติ๊กต๊อกของนาฬิกา และสัตว์เหล่านั้นก็เป็นเพียง สิ่งมีชีวิตเชิงกลเท่านั้น ไร้จิตวิญญาณ ไร้ความรู้สึก ไร้สติปัญญา

อย่างไรก็ตาม เราได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่แตกต่างออกไปในช่วงหลายปี ที่ผ่านมา ต้องขอบคุณบุคคล อย่างเจน กู๊ดดอลล์ แต่ปัจจัยเหล่านี้ ที่ทำให้เกิดการแบ่งแยกที่สำคัญ และเรื่องนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไป เมื่อหลายปีก่อน ผมเริ่มรณรงค์ เพื่อเปลี่ยนแปลงแนวคิด และกระบวนทัศน์ และเริ่มส่งเสริมการใช้คำว่า "ผู้พิทักษ์" ดังนั้น สำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง บางท่านอาจเคยได้ยินมาบ้างแล้ว จงพยายาม อย่าคิดว่าตัวเอง เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยง แต่จงคิดว่าตัวเอง เป็นผู้พิทักษ์ ผู้ปกป้องของพวกเขา

และนายกเทศมนตรีแพร็ง แห่งเวสต์ ฮอลลีวูด เมื่อหลายปีก่อน พวกเขาเป็นเมืองที่ 3 หรือที่ 4 ในสหรัฐอเมริกา ที่เปลี่ยนคำว่า "เจ้าของ" ในข้อบัญญัติของตนเป็น คำว่า "ผู้พิทักษ์" และเมืองอื่น ๆ ได้แก่ เซนต์เซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี บลูมิงตัน รัฐอินเดียนา ซานโฮเซ ซานฟรานซิสโก วูดสต็อก รัฐนิวยอร์ก แอมเฮิร์สต์ รัฐแมสซาชูเซตส์ รัฐโรดไอส์แลนด์ เราหวังว่าในเร็ว ๆ นี้ เบเวอร์ลีฮิลส์ จะได้เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น เรากำลังดำเนินการเรื่องนั้นอยู่ ดังนั้น นี่จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การกระทำต้องสอดคล้องกับภาษา แนวคิด – สิ่งที่คนเราทำ [เป็นไปตาม] วิธีคิดของคน ๆ นั้น ดังนั้น ตราบใด ที่คนอย่างพวกเรา ยังไม่เป็นผู้นำ และไม่คิดว่าสัตว์ เป็นมากกว่าทรัพยากร ทรัพย์สิน สินค้า และสิ่งของ เราก็จะแค่หมุนวนอยู่กับที่ (ใช่)

คำอีกคำหนึ่ง และส่วนอื่น ๆ ของภาษา คือคำว่า "สัตว์" เราเป็นมนุษย์ ส่วนสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ส่วนใหญ่ เป็นสัตว์ แล้วอะไรคือการแบ่งแยกครั้งใหญ่ ที่ทำให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิด บนโลกใบนี้ ถูกรวมเข้าเป็นสิ่งเดียว ที่เรียกว่า "สัตว์"? และเมื่อใดก็ตามที่ "สัตว์" ถูกนำมาใช้ เพื่อเปรียบเทียบกับเผ่าพันธุ์ของเรา ก็เพราะมีคนข่มขืนใครบางคน หรือมีคน ฆ่า "สัตว์" ของตนเอง นี่เป็นเรื่องที่ผม ยังไม่ได้ทำมากนัก เพราะผมทำหน้าที่ผู้พิทักษ์ มาตลอด แต่ที่จริงผม แค่กำลังหว่านเมล็ดพันธุ์เท่านั้น

ผมอยากจะบอกว่า ภัยพิบัติทางสภาพอากาศครั้งนี้ ได้ทำให้ผู้คนมารวมตัวกัน จนถึงปัจจุบันนี้ ยังมีการแบ่งแยก อย่างชัดเจนระหว่าง กลุ่มที่สนับสนุนการคุ้มครองสัตว์ และสิทธิสัตว์ กับกลุ่มที่สนับสนุน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม และด้วยเหตุนี้ กลุ่มผู้ชมนี้จึงอาจประกอบไปด้วย ผู้คนที่ไม่ได้คิดถึง ความทุกข์ทรมาน ของสัตว์มากนัก อาจจะนิดหน่อย แต่จริง ๆ แล้ว พวกเขายังไม่ได้ใส่ใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้นในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เชิงอุตสาหกรรม และสัตว์นับล้านตัว ที่ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมที่สุด ในฐานะสัตวแพทย์ ผมได้เห็นด้วยตาตัวเอง หรือสัตว์ที่ถูกเลี้ยงดูมา ในสภาพที่เลวร้ายที่สุด

แต่ตอนนี้เพราะโลกของเรา เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เราจึงมี "ส่วนได้ส่วนเสีย" อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเขียนอีกแบบหนึ่ง ดังนั้นในบางแง่มุม ผมจึงรู้สึกยินดีที่สิ่งนี้ กำลังนำสิ่งต่าง ๆ มารวมกัน ผมมีคำถามจะถามท่าน และนั่นก็คือ: ความคิดของท่าน เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง กระบวนทัศน์ เพื่อให้ผู้คนตระหนักว่า เราเป็นเพียงหนึ่งในหลายสายพันธุ์ และให้ความสำคัญกับสิ่งมีชีวิต ชนิดอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ บนโลกใบนี้ร่วมกับเรามากขึ้น ขอบพระคุณครับ

Master: ขอบคุณค่ะ ท่าน คุณเห็นไหม คุณมีข้อเสนอแนะ ที่ดีมากผ่านคำถามของคุณ ที่แสดงให้เห็นว่า เราควรเปลี่ยนทัศนคติ ที่มีต่อเพื่อนร่วมโลก ที่เป็น (ชาว) สัตว์ของเรา การเปลี่ยนแปลง ทัศนคติของทุกคนต้องใช้เวลา และกิจกรรมให้ความรู้ แก่สาธารณชนเป็นอย่างมาก พวกเราทุกคนสามารถ มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง ความคิดเห็นของประชาชนได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ฉันเขียนหนังสือสามเล่ม ได้แก่: "สุนัขในชีวิตของฉัน" "นกในชีวิตของฉัน" และ "สัตว์ป่าที่สูงส่ง" โดยหวังว่า จะสามารถให้ข้อมูลมากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้แก่ผู้อ่านมากที่สุด เพื่อให้พวกเขาเข้าใจและยอมรับ ความจริงที่ว่าอาณาจักร (ชาว) สัตว์อันมหัศจรรย์ ของเรามีสิ่งดี ๆ มากมาย ให้ได้เรียนรู้ และมีหลายสิ่ง หลายอย่างที่เหมือนกับเรา อันที่จริงแล้ว บางชนิดมี ความสามารถพิเศษมากกว่ามนุษย์เรา และฉันได้เสนอให้ใช้คำว่า "ผู้ร่วมอาศัยของเรา" ในสุพรีมมาสเตอร์ทีวี เมื่อกล่าวถึง ผู้ร่วมอาศัยของเรา ซึ่งก็คือ (ชาว) สัตว์ และบางคนก็ใช้คำว่า "ผู้ดูแล" "ผู้พิทักษ์" "เพื่อนร่วมทาง ของมนุษย์" เป็นต้น แทนคำว่า "เจ้าของสัตว์เลี้ยง" อยู่แล้ว นี่เป็นสัญญาณที่ดี และฉันหวังว่าแนวโน้มนี้ จะพบเห็นได้บ่อยขึ้นในอนาคต

แต่ถึงแม้พวกเขาจะพูดว่า "โอเค ฉันเป็นเจ้าของ (ชาว) สุนัข" มันเป็นเพียงคำที่ใช้เรียก เพื่อนของเขาเท่านั้น แต่ถ้าเขาปฏิบัติต่อ (ชาว) สุนัข อย่างดี มีมนุษยธรรม มีเมตตา และน่ารัก ก็ไม่เป็นไร เราก็ไม่ว่าอะไรเช่นกัน ตราบใดที่ทัศนคติของผู้คน ยังต้องเปลี่ยนแปลง พวกเขาก็ต้องมองเพื่อนร่วมโลก ที่เป็น (ชาว) สัตว์ ด้วยความเคารพ และความเข้าใจอย่างเหมาะสม วิธีที่ดีที่สุดคือ พวกเขาสามารถสื่อสาร กับ (ชาว) สัตว์ได้ แต่คุณเห็นไหม อย่างน้อย ถ้าเรามี (ชาว) สัตว์เลี้ยง เราควรจะรักและเคารพพวกเขา เหมือนสมาชิกในครอบครัว ตั้งชื่อให้พวกเขา และให้ความ สะดวกสบายแก่พวกมัน เหมือนที่เราอยากได้รับการปฏิบัติ จุดประสงค์ของหนังสือของฉันคือ เพื่อให้ผู้คน ได้รู้ว่าเราสามารถ สื่อสารกับ (ชาว) สัตว์ ได้เหมือนกับ ที่เราสื่อสารกับสมาชิก ในครอบครัวหรือเพื่อน ๆ

ดังนั้น ฉันจึงขอเสนอแนะร่วมกับ โทรทัศน์สุพรีมมาสเตอร์ ให้จัดทำรายชื่อ ผู้มีพลังจิตสื่อสารกับ (ชาว) สัตว์ และผู้สื่อสาร กับ (ชาว) สัตว์ทั้งหมด ลงในเว็บไซต์ และหน้าจอโทรทัศน์ด้วย ผู้คนสามารถอ้างอิง และทดสอบได้จริง พวกเขาสามารถโทรหาผู้สื่อสารกับ (ชาว) สัตว์ หรือผู้มีพลังจิตเหล่านี้ และพูดคุยกับพวกเขา เกี่ยวกับความรู้สึก ความต้องการ และนิสัยของ (ชาว) สัตว์ของพวกเขา คุณสามารถทดสอบพวกเขาได้ด้วย สมมติว่าผู้สื่อพลังจิตกับ (ชาว) สัตว์ เหล่านี้ ไม่เคยรู้ว่า คุณอาศัยอยู่ที่ไหน และไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่า (ชาว) สุนัข ของคุณหน้าตาเป็นอย่างไร คุณเพียงแค่บอกชื่อ (ชาว) สุนัข ของคุณให้พวกเขาทราบ จากนั้นผู้สื่อสารกับ (ชาว) สัตว์ หรือที่คุณ จะเรียกว่านักพลังจิต ก็จะสามารถบอกรายละเอียด ส่วนตัวเกี่ยวกับ (ชาว) สุนัข ของคุณได้ทันที แล้วคุณก็จะรู้ว่า เขารู้จริง ๆ

จากนั้นคุณสามารถ ถามคำถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับสิ่งที่ (ชาว) สุนัขต้องการ และมีคำถามใด ๆ จากทาง (ชาว) สุนัข หรือสิ่งใด ๆที่ (ชาว) สุนัขร้องขอ จากผู้ที่เรียกว่า “เจ้าของ” เพื่อนร่วมทาง จากมนุษย์ผู้ดูแล ดังนั้น ในปัจจุบัน จึงไม่มีข้ออ้างใด ๆ อีกแล้ว ที่จะปฏิบัติต่อ (ชาว) สัตว์ ในแบบที่พวกเราส่วนใหญ่เคยทำมา ดังนั้น การที่เรามีโทรทัศน์ จึงเป็นเรื่องดี การที่เรารวบรวม เครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ ก็เป็นเรื่องดี และการที่ฉันเขียนหนังสือเหล่านี้ เพื่อแจ้งให้ผู้คนทราบถึงสิ่ง ที่ฉันรู้เกี่ยวกับ (ชาว) สัตว์ ผ่านการสื่อสาร และปฏิสัมพันธ์ของฉันกับพวกเขา ทั้งภายในและภายนอก ก็เป็นเรื่องดีเล็กน้อยเช่นกัน

ฉันคิดว่าทุกคนควรเริ่ม ตระหนักว่า (ชาว) สัตว์นั้น มีจิตวิญญาณ และพวกเขาก็เหมือนกับเรา พวกเขาก็เหมือนกับเรา มันแค่มีรูปร่างแตกต่างกันเท่านั้นเอง รูปทรงแตกต่างกัน ก็เหมือนดอกไม้ที่แตกต่างกัน บางดอกใหญ่ บางดอกเล็ก แต่ทั้งหมดก็คือดอกไม้ และสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นตัวใหญ่ ตัวเล็ก มีสองขา หรือมีสองปีก ล้วนเป็นสิ่งมีชีวิต เหมือนกับพวกเราทั้งสิ้น ขอบคุณค่ะ ท่าน ที่ยกประเด็นนี้ขึ้นมา และให้โอกาสฉัน ได้อธิบายสักเล็กน้อย ขอพระเจ้าอวยพรคุณ (ขอบพระคุณครับ)

(ฉันมีความสุขอย่างยิ่ง ที่ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับสัตว์ ของท่านอนุตราจารย์ และหนังสือเหล่านั้นงดงาม และเปี่ยมด้วยคุณธรรมอย่างแท้จริง ทั้งเป็นหนังสือขายดีระดับนานาชาติ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดี เพราะว่า ท่านได้เผยแพร่ คำสอนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่างมนุษย์และสัตว์ ไปทั่วโลกอีกครั้ง และแน่นอนว่าทั้งหมดนี้ เกี่ยวข้องกับวิวัฒนาการ เมื่อเราไม่สามารถ ฆ่าหมูหรือฆ่าสุนัขได้อีกต่อไป โดยพื้นฐานแล้ว เราก็จะไม่สามารถฆ่ากันเอง และทำสงครามได้) ถูกต้องค่ะ

(แล้วเราจะพัฒนา ไปสู่ระดับต่อไปได้อย่างไรค่ะ?) เอาล่ะ ที่รัก งั้นเราก็ต้องทำ ทีละขั้นตอนไปเรื่อย ๆ จริง ๆ แล้วภาวะโลกร้อน เป็นเรื่องน่าเศร้า แต่ในอีกแง่หนึ่ง มันก็มีผลดีอยู่บ้าง ตรงที่ผู้คนรวมตัวกัน เพื่อต่อสู้กับภาวะโลกร้อน ซึ่งนั่นเป็นข้อดีข้อแรก ประการที่สอง ผู้คนเริ่มตระหนัก มากขึ้น เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต ที่อาศัยอยู่ร่วมกับเรา และวิธีที่เราควรปฏิบัติต่อพวกเขา งั้นฉันคิดว่านี่ก็เป็นครึ่งหนึ่ง ของด่านต่อไปแล้วใช่ไหม เจน? (อย่างแน่นอนค่ะ) และต่อไป เราจะก้าวไปข้างหน้าเรื่อย ๆ ขณะที่เราทำงานต่อไป

Photo Caption: "บางสิ่งเหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลา บางสิ่งเติบโตขึ้นเมื่อกาลเวลาเปลี่ยน"

ดาวน์โหลดรูปภาพ   

รับชมเพิ่มเติม
ทุกตอน (10/18)
รับชมเพิ่มเติม
วีดีโอล่าสุด
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-04-24
723 รับชม
ข่าวเด่น
2026-04-23
889 รับชม
35:59

ข่าวเด่น

1 รับชม
ข่าวเด่น
2026-04-23
1 รับชม
แบ่งปัน
แบ่งปันไปที่
ฝัง
เริ่มที่
ดาวน์โหลด
โทรศัพท์มือถือ
โทรศัพท์มือถือ
ไอโฟน
แอนดรอยด์
รับชมในบราวเซอร์ในโทรศัพท์มือถือ
GO
GO
แอพ
สแกนโค้ดคิวอาร์ เลือกระบบโทรศัพท์ที่ถูกต้อง เพื่อดาวโหลด
ไอโฟน
แอนดรอยด์
Prompt
OK
ดาวน์โหลด